นักเรียนคนหนึ่งในเมืองทัสคาลูซา รัฐแอละแบมา สหรัฐอเมริกา ตรวจพบเชื้อโควิด-19 พร้อมสารภาพว่าได้เข้าร่วมงานปาร์ตี้ที่จัดรอบเมืองเพื่อทดสอบว่า “ใครจะติดเชื้อโควิด-19 เป็นคนแรก” Sonya Mckinstry สมาชิกสภาเมืองทัสคาลูซา ระบุว่า นักเรียนกลุ่มนี้จัดงาน “ปาร์ตี้โควิด-19” โดยตั้งใจเชิญคนที่ติดเชื้อโควิด-19 ให้มาร่วมงาน และตั้งใจให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาภายในงาน ในขณะที่เชื้อไวรัสดังกล่าวได้คร่าชีวิตชาวอเมริกันทั่วสหรัฐฯ ไปแล้วกว่า 127,000 ราย

“พวกเขาเอาเงินใส่โหล และพยายามทำให้ตัวเองติดเชื้อโควิด-19 ใครก็ตามที่ติดเชื้อเป็นคนแรก ก็จะได้เงินในโหลไป” Mckinstry กล่าว

ขณะที่ Randy Smith หัวหน้าสถานีดับเพลิงประจำเมืองทัสคาลูซา ก็ยืนยันพฤติกรรมที่ประมาทเลินเล่อของนักเรียนกลุ่มนี้ โดยเขาระบุว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการจัดงานปาร์ตี้ลักษณะนี้ทั่วเมือง “และมีเด็กนักเรียนที่ติดเชื้อโควิด-19 มาร่วมงานด้วย” อย่างไรก็ตาม Smith ไม่ได้ระบุว่านักเรียนกลุ่มนี้อยู่ในพื้นที่ใด

Richard Rush โฆษกประจำสภาเมือง กล่าวว่า “เมืองของเราทำงานกับองค์กรท้องถิ่นเพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราจะต่อสู้กับการแพร่ระบาดใหญ่ในครั้งนี้อย่างเต็มกำลัง” ทั้งนี้ รัฐแอละแบมามียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมรวม 38,422 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 10,696 ราย ในช่วงเวลา 14 วันที่ผ่านมา และประชาชนอย่างน้อย 947 ราย เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ขณะที่เมืองทัสคาลูซา มีผู้ติดเชื้อสะสม 2,049 ราย และเสียชีวิตแล้ว 38 ราย

เรื่องราวปาร์ตี้โควิด-19 ถูกเปิดเผยหลังจากที่ Kay Ivy ผู้ว่าการรัฐ ประกาศขยายการใช้มาตรการ “อยู่บ้านปลอดภัยกว่า” ไปจนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2020 เพราะยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น การประกาศครั้งนี้ยังรวมไปถึงคำสั่งให้ยิม สถานบันเทิง ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก และร้านตัดผมต้องปฏิบัติตัวตามระเบียบการรักษาความสะอาดและการรักษาระยะห่างทางสังคม

“ความรับผิดชอบต่อตัวเอง คือความรับผิดชอบต่อสังคม หากเราเดินหน้าไปในทิศทางที่ผิด โรงพยาบาลของพวกเราคงไม่มีประสิทธิภาพที่จะรับมือกับจำนวนผู้ป่วยได้”

ทางด้านนายแพทย์ Scott Harris เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแห่งรัฐแอละแบมา ก็ย้ำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย โดยเขาระบุว่า “เรารู้ว่าหน้ากากอนามัยไม่สามารถหยุดยั้งโรคได้ทั้งหมด แต่มันก็ช่วยจำกัดการแพร่กระจายเชื้อ”